SIX-PACk surgery
การดูดไขมันเพื่อสร้างรูปร่างกล้ามเนื้อหน้าท้อง

Sixpack เป็นคำที่ใช้เรียกลักษณะของกล้ามเนื้อหน้าท้อง [ ABS ] ของผู้ชายที่มีการออกกำลังกายหน้าท้องสม่ำเสมอจนได้รูปร่างที่สวยงาม ลักษณะของกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ดูดี มีลักษณะแข็งแรง แบนราบ มีขอบเขตของกล้ามเนื้อชัดเจนและมีความโค้งขึ้นลงเป็นคลื่น โดยที่มีการสะสมไขมันด้านข้างน้อย แต่การที่จะทำให้ได้กล้ามเนื้อ แบบนี้จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวันและต้องทำอย่าสม่ำเสมอเพื่อให้ไดกล้ามเนื้อเป็นลอนๆ 3 ลอน แต่ละข้างนี้เรียกว่า Sixpack

การผ่าตัดสร้างเสริมกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยการดูดไขมันเป็น การประยุกต์ เทคนิคการดูดไขมันมาใช้สร้างรูปร่างของกล้ามเนื้อให้ดูเหมือนหน้าท้องของนักกีฬา โดยมีจุดมุ่งหมายให้หน้าท้องแบนราบมีขอบเขตและรูปร่างของกล้ามเนื้อเป็นลอนชัดเจนและดูแข็งแรงเหมือนกับกล้ามเนื้อคนที่ออกกำลังกายหน้าท้องเป็นประจำ การผ่าตัดชนิดนี้ไม่ได้เป็นการผ่าตัดลดน้ำหนัก แต่เป็นการจัดรูปร่างของไขมันบริเวณหนังหน้าท้อง ให้มีรูปร่างเหมือนกับกล้ามเนื้อ โดยเน้นที่กล้ามเนื้อแนวยาวตรงกลางของหน้าท้อง [Rectus Abdominis ,ABS] โดยการผ่าตัดจะมีการจัดไขมันให้เหมือนกับรูปร่างของกล้ามเนื้อมัดนี้ โดยอาจทำการดูดไขมันด้านข้างหรือด้านล่างของหน้าท้องร่วมด้วยเพื่อช่วยให้ภาพรวมของหน้าท้องดูดีขึ้น

กล้ามเนื้อแนวกลางของหน้าท้อง [Rectus Abdominis] มีลักษณะเป็นลอน 3 – 4 ลอนแล้วแต่คนระหว่างลอนจะมีส่วนที่เป็นพังพืด ระหว่างกล้ามเนื้อซึ่งจะแบ่งกล้ามเนื้อเป็น 4  ส่วน ทำให้เห็นลักษณะของกล้ามเนื้อเป็นคลื่นเวลาที่มีการเกร็งกล้ามเนื้อ ทำให้มีศัพท์ที่เรียกกันว่า Sixpack ลักษณะเป็นลอน Sixpack นี้ เป็นลักษณะที่ผู้ชายที่ออกกำลังกายต้องการให้เกิดเพราะทำให้รูปร่างดูดีโดยเฉพาะเวลาที่ต้องถอดเสื้อว่ายน้ำหรือไปเที่ยวชายทะเลโดยทั่วไปกล้ามเนื้อมัดนี้จะวางคู่กัน 2 ข้าง ซ้ายและขวา โดยมีร่องลึกตรงกลางเรียกว่า Liner alba ตำแหน่งนี้จะเป็นร่องที่ลึกมากอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อ 2 มัดในแนวกลางระหว่าง ลิ้นปี่ ผ่านสะดือจนถึงกระดูกหัวเหน่า

สำหรับขอบข้างของกล้ามเนื้อแนวยาวนี้ จะมีร่องที่เป็นรอยต่อกับกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้างโดยจะมีร่องที่แสดง ขอบด้านข้างของกล้ามเนื้อเรียกว่า Liner semilunaris ตามแนวยาวของกล้ามเนื้อจะมีเอ็นซึ่งจะแบ่งกล้ามเนื้อออกเป็นลอนๆ โดยจะทำให้เกิดร่องระหว่างแนวยาวของกล้ามเนื้อทำให้เวลาเกร็งกล้ามเนื้อจะเกิดลักษณะเป็นปล้องๆโดยทั่วๆ ไปเอ็นที่แบ่งกล้ามเนื้อจะมีข้างละ 3 จุดโดยจะอยู่ที่ตำแหน่งเหนือตัวสะดือหรือตั้งแต่สะดือขึ้นไปในความเป็นจริงเอ็นแต่ละข้าง [3จุด] จะแบ่งกล้ามเนื้อออกเป็น  4 ปล้องถ้ารวม 2 ข้างก็จะเป็น 8 ปล้อง แต่เนื่องจากมัดกล้ามเนื้อด้านล่างสุดที่อยู่ใต้สะดือลงไปเป็นปล้องใหญ่ ทำให้มองเห็นเป็นลอนไม่ชัดเจน หรือบางทีลอนที่อยู่เหนือลิ้นปี่ ก็มองเห็นไม่ชัด คนทั่วๆ ไปจึงเห็นแต่ลอนกล้ามเนื้อเป็น 6 ลอน (รวม 2 ข้าง) จึงเรียกว่า sixpack

การผ่าตัดสร้างกล้ามเนื้อโดยการดูดไขมันเป็นการดูดไขมันเฉพาะที่ตามแนวที่จะต้องมีร่องธรรมชาติตามขวางของกล้ามเนื้อยาวกลางหน้าท้อง ทำให้เกิดเป็นลอนๆ 3 ลอนเหมือนกับส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อปกติและดูดไขมันในแนวกลางหน้าท้องระหว่างกล้ามเนื้อ 2 มัด รวมทั้งไขมันด้านข้างทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน [Linea Semilunaris] อนึ่งในคนบางคนอาจแนะนำให้ดูดไขมันบริเวณ เอว ถ้ามีไขมันสะสมมากก็จะทำให้รูปร่างดูดีขึ้นมาก

เทคนิคการผ่าตัดนี้เป็นการผ่าตัดเฉพาะส่วนไขมันผิวๆก็จะไม่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อทำให้ไม่ต้องพักฟื้นนาน แผลเป็นที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กอยู่ที่สะดือและร่องด้านข้างมองเห็นไม่ชัดมีการยุบบวมช้าโดยร่องที่ดูดไขมันจะยุบลงช้าๆ ทำให้คนรอบข้าง ไม่สังเกตุการเปลี่ยนแปลงจึงไม่รู้ว่าผ่าตัดมา

เนื่องจากการผ่าตัดเป็นเพียงแค่การดูดไขมันเฉพาะที่บางส่วน ดังนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนทำจะได้ผลดี คนที่เหมาะจะผ่าตัดดูดไขมันแบบนี้ ต้องไม่อ้วนมากเกินไปโดยอาจพิจารณาทำในกลุ่มต่างๆ ดังนี้

1. น้ำหนักค่อนข้างปกติโดยที่มีไขมันสะสมด้านข้างและเหนือกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยที่ไม่สามารถลดได้โดยการคุมอาหารหรือออกกำลังกาย

2. มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์มาก แต่ยังมีไขมันเล็กน้อยที่หน้าท้องเป็นกลุ่มที่ได้ผลดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี

3. ผู้ที่ออกกำลังกาย หน้าท้องหรือเพาะกาย ซึ่งะมีลักษณะของ Sixpack อยู่แล้ว การผ่าตัดช่วยให้ลักษณะของกล้ามเนื้อเด่นชัดขึ้น

4. ผู้ชายที่เคยผ่าตัด ดูดไขมันหรือตัดไขมันหน้าท้องมาแล้วแต่ยังมีรูปร่างไม่สวยงาม

การผ่าตัดชนิดนี้ไม่เหมาะสมกับคนที่อ้วนมากหรือมีผิวหน้าท้องหย่อนยานหรือไม่เคยออกกำลังกาย และไม่มีรูปร่างของกล้ามเนื้อหน้าท้องให้เห็นเลย

เนื่องจากการผ่าตัดมักทำเพื่อให้รูปร่างหน้าท้องสวยงาม จึงอาจทำร่วมกับการผ่าตัดอื่นๆ เพิ่มเพื่อให้รูปร่างโดยรวมดูดี ได้แก่

1. การผ่าตัดไขมันขอบกล้ามเนื้อหน้าอก [Pectoral Etching] เนื่องจากส่วนบนของหน้าท้องก็เป็นขอบล่างของกล้ามเนื้อหน้าอก ในบางคนที่มีรูปร่าง กล้ามเนื้อหน้าอกไม่ชัดอาจพิจารณาดูดไขมันไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องดูแข็งแรงทั้งคู่

2. การดูดไขมันที่เอวและหลัง [Love-Handle ,  Back] ในบางคนมีการสะสมไขมันด้านข้างของหน้าท้องทำให้เวลามองด้านหน้าจะมีลักษณะส่วนเอวป่องออก การดูดไขมันที่เอวด้วยก็จะช่วยให้รูปร่างหน้าท้องดีขึ้นหรือในบางรายจะมีไขมันที่หลังนูนชัดก็อาจจำเป็นต้องดูดไขมันที่หลังไปด้วยก็จะช่วยให้รูปร่างหน้าท้องดูดีทั้งเวลาที่มองด้านหน้า ,ด้านข้าง, และด้านหลัง

3. ถ้ากล้ามเนื้อที่ด้านหน้าท้อง มัดเล็กและไม่เด่นหรือมีไขมันหน้าท้องน้อยอาจต้องทำการฉีดไขมันที่ดูดออกมาบางส่วน ที่เป็นผิวหนังหรือกล้ามเนื้อบนส่วนลอนของกล้ามเนื้อเพื่อให้รูปร่างของกล้ามเนื้อชัดเจนขึ้น ในบางคนที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องส่วนล่างตำแหน่งใต้สะดือลงไปมากถ้ามีความหนาของไขมันมากอาจพิจารณาดูดไขมัน โดยที่จะดูดไขมันที่เหนือกล้ามเนื้อไปเลย เพื่อให้หน้าท้องส่วนนี้ แบนราบโดยจะเหลือไขมันที่อยู่ตำแหน่ง บนสุดใกล้กับสะดือ เพื่อให้มีลักษณะรูปร่างของลอนกล้ามเนื้อลอนสุดท้าย

การพิจารณาว่าจะต้องทำอะไรควบคู่ไปด้วยหรือไม่ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนการผ่าตัด การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้ได้ผลของรูปร่างหลังผ่าตัดตามที่ต้องการ

การปรึกษาก่อนผ่าตัด

ก่อนการผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์ถึง

  1. ลักษณะหน้าท้องเหมาะสมที่จะผ่าตัดหรือไม่จะได้ผลดีหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วคนที่ได้ผลดีมากจะเป็นกลุ่มที่ออกกำลังกายมาบ้างและอายุน้อย แต่ในคนที่แข็งแรงและมีกล้ามเนื้อบ้างแม้จะมีอายุมากก็สามารถทำได้
  2. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น ความดันสูงหรือเบาหวานควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
  3. พิจารณาว่าจะต้องดูดไขมันขอบกล้ามเนื้อหน้าอกด้วยหรือไม่
  4. ต้องดูดไขมันที่เอวหรือหลังด้วยหรือไม่
  5. วางแผนวาดรูปคร่าวๆ ถึงตำแหน่งที่จะดูดไขมัน ตำแหน่งที่ไม่ต้องการดูดไขมัน
  6. วางแผนการใช้ระงับความรู้สึกว่าจะใช้การดมยาสลบหรือการฉีดยาชาร่วมกันกับให้ยานอนหลับ
  7. ในคนที่ผอมมากและมีกล้ามเนื้อมัดเล็ก ควรดุด้วยว่าต้องฉีดไขมัน บนผิวหนังระหว่างร่องที่จะทำหรือไม่

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  1. ควรปรึกษาแพทย์ ถึงตำแหน่งที่จะดูดไขมันก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 1 อาทิตย์
  2. แจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัว เช่นความดันโลหิตสูง ,เบาหวาน ,หอบหืด
  3. งดยาที่ทำให้เลือดหยุดช้าเช่น แอสไพริน บูรา ปวดหา ทัมใจ 2 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด
  4. อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดในเช้าวันผ่าตัด
  5. งดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  6. ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร ปรอท)
  7. เนื่องจากการผ่าตัดทำให้เสียเลือดบางส่วน
  8. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดูดไขมันปริมาณมากๆ เนื่องจากการผ่าตัดทำให้เสียเลือดมาก
  9. ทำให้มีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตได้
  10. เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 2 วัน
  11. งดบุหรี่ ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ก่อนผ่าตัด
  12. เตรียมโกนขนหน้าท้องหรือหน้าอกในเช้าวันผ่าตัด
  13. ควรมีเพื่อนมา พากลับบ้านหลังผ่าตัด
  14. ไม่ควรนำสิ่งของมีค่ามาโรงพยาบาล ควรเก็บไว้ที่บ้าน

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะวาดรูป ตำแหน่งที่จะดูดไขมันในท่ายืน โดยเป็นที่ตำแหน่งที่จะทำการดูดไขมันให้เกิดร่องของกล้ามเนื้อ โดยจะทำการกำหนดตำแหน่งที่จะทำให้เกิดร่องตรงกลาง [Linealba] ขอบด้านข้างของกล้ามเนื้อและร่องตามขวาง 2-4 ร่อง และถ้าต้องดูดที่บริเวณเอวก็จะวาดรูปไว้ก่อนผ่าตัด
  2. การผ่าตัดทำโดยการดมยาสลบหรือการใช้ยาชาเฉพาะที่ ร่วมกับยานอนหลับ
  3. แพทย์จะเปิดแผลเล็กๆ 0.5 ซ.ม.ที่หน้าท้อง ส่วนล่าง สะดือ และบริเวณด้านข้างของหน้าท้องในตำแหน่งที่จะทำร่องของกล้ามเนื้อ
  4. ใช้เข็มฉีดน้ำเกลือผสมยาชา และยาหยุดเลือดผ่านแผลที่เปิด
  5. ใช้ท่อดูดไขมัน ดูดไขมันในตำแหน่งที่วางแผนไว้โดยจะทำการดูดไขมัน ค่อนข้างมาก โดยจะดูดจนเหลือไขมันให้ผิวหนังน้อยมาก นอกจากนั้นแล้วจะดูดไขมันรอบๆ สะดือออกมากกว่า การดูดไขมันปกติ เพื่อให้ร่องกลางชัดเจน
  6. ในคนที่มีกล้ามเนื้อมัดเล็กมากๆและดูไม่เด่นชัดอาจต้องฉีดไขมันบนรอยนูนระหว่างร่องของกล้ามเนื้อ
  7. ในบางคนอาจต้องดูดไขมันบริเวณหน้าท้องส่วนล่างเพื่อให้รูปร่างดีขึ้นมาก
  8. ถ้าต้องดูดไขมันด้านข้างและหลังอาจต้องเปิดแผลเพิ่มอีกข้างละ 1 แผล
  9. หลังจากดูดไขมันเสร็จจะวางแผ่นโฟมหรือสำลีบนร่องที่ดูดไขมันและปิดเทปไว้เพื่อให้เกิดร่องถาวรแล้วจะพัน ผ้ารัดหน้าท้องทับบนแผ่นโฟมหรือสำลีอีกทีแนะนำให้ปิดแผ่นโฟมหรือสำลีไว้ประมาณ 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด เพื่อกดให้ร่องที่ทำมีความชัดเจน

การดูแลหลังผ่าตัด

  1. หลังผ่าตัดพักที่โรงพยาบาล 1 วัน
  2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ 3 อาทิตย์ หลังผ่าตัดเพราะจะทำให้เกิดน้ำเหลืองค้างในแผลผ่าตัดได้
  3. งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 อาทิตย์ หลังผ่าตัดเพราะบุหรี่ทำให้แผลหายช้า
  4. รับประทานยาตามแพทย์สั่งไม่ควรทานยาแก้ปวดกลุ่มแอสไพริน
  5. วันรุ่งขึ้นแพทย์ จะทำการเปิดแผล เปลี่ยนผ้าพันแผล แต่แผ่นโฟมที่ปิดบริเวณร่องที่ดูดไขมันให้ปิดไว้ต่ออีก 1 อาทิตย์
  6. นัดตัดไหม (ถ้าเย็บแผล) ประมาณ 5 – 7 วัน หลังผ่าตัด
  7. ใส่ผ้ารัดหน้าท้องไว้ตลอดเวลาอย่างน้อย 3 – 6 อาทิตย์ สามารถถอดออกเวลาอาบน้ำแล้วใส่ใหม่
  8. หลังผ่าตัดงดการยกของหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม
  9. อาจมีการปวดบวมมักจะไม่รุนแรงมาก สามารถบรรเทาโดยใช้ยารับประทาน
  10. ระวังอย่าวางของหนักบนหน้าท้อง
  11. สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติได้ใน 1 – 2 อาทิตย์
  12. ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3 – 5 วัน
  13. สามารถกลับไปทำงานได้ใน 1 อาทิตย์
  14. งดออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือยกของหนัก 1-3อาทิตย์
  15. จะเข้าที่เห็นรูปร่างและผลการผ่าตัดชัดเจน เมื่อเวลา 6 เดือนหลังผ่าตัด แต่ในคนที่สวมผ้ารัดหน้าท้อง เป็นประจำหรือใส่เสื้อผ้ารัดรูปจะเห็นผลการผ่าตัดเร็วกว่า 6 เดือน
  16. แผลเป็นจะมีขนาดเล็ก (0.5 – 1ซ.ม.) บางส่วนจะซ่อนในช่องกล้ามเนื้อ และอยู่ใต้ขนหน้าท้องทำให้มองเห็นไม่ชัด
  17. ถ้ามีปัญหาเลือดออกมากหรือมีแผลบวมแดงอักเสบ ให้รีบติดต่อแพทย์ทันที
Contact Us
HAVE A QUESTION?
Visit us on social networks
FOLLOW US

© Copyright 2020 By BCS Clinic

error: Content is protected !!
Privacy Preferences
When you visit our website, it may store information through your browser from specific services, usually in form of cookies. Here you can change your privacy preferences. Please note that blocking some types of cookies may impact your experience on our website and the services we offer.