หนังตาตั้งแต่กำเนิดเกิดจากความพิการของกล้ามเนื้อที่ใช้ยกหนังตา ซึ่งเป็นหนังตาเปิดได้ไม่เต็มที่ อาจเกิดจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น ความพิการแต่กำเนิดหรือเป็นภายหลังจากอุบัติเหตุ กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทผิดปกติ ภาวะหนังตาพิการแต่กำเนิดได้บ่อยที่สุด เป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเปิดหนังตาฝ่อแต่เกิดทำให้ไม่ สามารถเปิดหนังตาได้ปกติ ซึ่งอาจเป็นข้างเดียวหรือ 2 ข้างเดียวก็ได้

โดยทั่วไปขณะที่มาทำการปรึกษา แพทย์จะทำการตรวจดูการทำงานของกล้ามเนื้อและความรุนแรงของโรคเพื่อประเมิน วิธีการผ่าตัด ถ้ากล้ามเนื้อยังทำงานได้บางส่วน อาจจะต้องผ่าตัดโดยเย็บกล้ามเนื้อให้มีความสั้นลง แต่ถ้ากล้ามเนื้อทำงานได้น้อยมาก การผ่าตัดต้องใช้กล้ามเนื้อหน้าผากมาดึงหนังตา

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางอย่างซึ่งอาจทำให้เลือดหยุดช้า เช่น แอสไพริน บรูโรเฟน พอนสแตน ฯลฯ ถ้ากินยาควรหยุดยาประมาณ 10 – 14 วัน
  • สมุนไพรและอาหารบางชนิดเช่น อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส กระเทียม หัวหอม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติหรือมีปัญหาระหว่างผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพราะอาจต้องหยุดรับประทานสมุนไพรก่อนเข้ารับการผ่าตัด ประมาณ3 – 5 วัน
  • วิตามิน และอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตตามินซี อีฟนิ่งพริมโรส กลูต้า คลอลาเจน และอื่นๆ ควรหยุดทานอย่างน้อย 10-14 วันก่อนการผ่าตัด
  • ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวของคุณ เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และยาที่แพ้ เช่น เพนนิซิลินซัลฟา ฯลฯ
  • ควรเตรียมนำแว่นกันแดดไปด้วย เพื่อใช้อำพรางดวงตาหลังการผ่าตัด และป้องกันฝุ่นละอองควรมีผู้ขับรถให้ เพราะหลังการผ่าตัดจะยังใช้สายตาได้ไม่สะดวกนัก จึงไม่ควรขับรถเอง
  • เตรียมลาหยุดงาน 5 วัน
  • ล้างหน้าก่อนมาผ่าตัด ไม่ควรแต่งหน้าในวันผ่าตัด
  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ต้องการยา aspirin หรือ ผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจและทานยา Cumadinเป็นประจำ สามารถทำผ่าตัดได้ต่อเมื่อแพทย์ที่รักษายินยอมให้ทำการผ่าตัดและจะทำผ่าตัด เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น
  • ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ไม่ควรมารับการผ่าตัด เนื่องจากเครื่องจี้ไฟฟ้าอาจมีผลต่อการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจได้
  • ถ้ามีความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร ปรอท)ก่อนมารับการผ่าตัด
  • ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ ควรถอดออกแล้วใส่แว่นตา วันที่มาผ่าตัดควรมีคนมาเป็นเพื่อน เพื่อช่วยดูแลขณะกลับบ้าน
  • ถอดวัสดุโลหะ เช่น แหวน, สร้อยคอ, นาฬิกา ฯลฯ ก่อนเข้าห้องผ่าตัด

ก่อนการผ่าตัดมาทำความรู้จักกับกล้ามเนื้อตากกก่อน ในกรณีที่กล้ามเนื้อตาเกิดตกจากสาเหตุบางชนิดที่เกิดจากสารในกล้ามเนื้อ ซึ่งมักไม่ได้ เป็นตลอดเวลาสามารถใช้ยาช่วยทำให้ลืมตาดีขึ้นได้ ในกรณีที่กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ แพทย์จะทำการผ่าตัดกล้ามเนื้อทำงานได้น้อยนั้นให้เปิดตาได้ใกล้เคียงกับปกติ แต่เมื่อหลับตาจะปิดตาไม่สนิทเนื่องจากกล้ามเนื้อทำงานได้น้อย กล้ามเนื้อที่ผิดปกติอาจทำให้ตาตกมากหรือน้อยและส่งผลทำให้ตาเปิดได้มากหรือ น้อยตามกำลังของกล้ามเนื้อ

  • ในกรณีที่กล้ามเนื้อตาเกิดตกจากสาเหตุบางชนิดที่เกิดจากสารในกล้ามเนื้อ ซึ่งมักไม่ได้
    เป็นตลอดเวลาสามารถใช้ยาช่วยทำให้ลืมตาดีขึ้นได้
  • ในกรณีที่กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ แพทย์จะทำการผ่าตัดกล้ามเนื้อทำงานได้น้อยนั้นให้เปิดตาได้ใกล้เคียงกับปกติ แต่เมื่อหลับตาจะปิดตาไม่สนิทเนื่องจากกล้ามเนื้อทำงานได้น้อย กล้ามเนื้อที่ผิดปกติอาจทำให้ตาตกมากหรือน้อยและส่งผลทำให้ตาเปิดได้มากหรือ น้อยตามกำลังของกล้ามเนื้อ

การผ่าตัดมี 2 วิธี คือ

  1. เย็บกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเปิดตาให้สั้นลง ใช้ในกรณีเป็นน้อยหรือปานกลาง
  2. ใช้กล้ามเนื้อหน้าผากและคิ้วในการช่วยเปิดตา ใช้ในกรณีเป็นมาก

 

  1. แพทย์จะทำการวัดความรุนแรงของหนังตาตก และการตรวจการทำงานของที่ใช้ยกหนังตาเพื่อเลือก   กล้ามเนื้อ วิธีการผ่าตัดว่าจะใช้วิธีการเย็บกล้ามเนื้อ (Levator Plication) หรือการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากมาดึงหนังตา (Frontalis Sling)
  2. ฉีดยาชาที่เปลือกตา
  3. ทำการเย็บยกกล้ามเนื้อตา
  4. เย็บปิดแผล

 

 

  1. นอนยกศีรษะสูง (หนุนหมอน 2 ใบ) ประคบเย็นที่ตาทั้ง 2 ข้าง วันละ 4 ครั้ง ประคบประมาณ 5 – 7 วัน เพื่อลดอาการบวม
  2. ผ้าก็อส (GAUZE) ที่ปิดแผลบนตานั้นให้ปิดเพียง 1 วัน หลังจากทำผ่าตัด จากนั้นให้เปิดผ้าออกได้เลย ไม่ต้องนำมาปิดอีก
  3. ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำยาสะอาดในขวดเช็ดคราบเลือดและสิ่งสกปรกออก โดยเช็ดอย่างเบามือวันละ 2 – 3 ครั้ง และเช็ดได้บ่อย ๆ เมื่อสกปรก
  4. รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดการแพ้ยา เช่น คัน มีผื่นแดง คลื่นไส้ – อาเจียนแน่นหน้าอกให้หยุดรับประทานทันที และรีบมาพบแพทย์
  5. หลังทำผ่าตัด 5 วัน ให้มาตัดไหม
  6. หลังทำผ่าตัด 2 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอีกครั้ง (โทรนัดล่วงหน้า)
  7. งดสุราหรือบุหรี่ 2 อาทิตย์ หลังผ่าตัด
  8. กลับบ้านได้ แต่ควรหาโชเฟอร์มาขับรถให้
  9. อาจจะมีน้ำตาไหลตลอดเวลาชั่วระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเวลาที่โดนลม แต่จะหายไปภายในไม่กี่อาทิตย์

  1. หลังจากตัดไหมแล้วตาจะยังมีอาการบวมอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน จากนั้นประมาณ 3 เดือน แผลจะหายเป็นปกติ และดูเป็นธรรมชาติ
  2. หลังตัดไหมแล้ว ให้ใช้ EYE CREAM ทานวดที่แผลครั้งละ 30 – 40 ครั้ง วันละ 2 เวลา (เช้า-เย็น) เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนแข็ง
  3. หลังทำผ่าตัดแล้ว 1 อาทิตย์ ในกรณีที่แผลเขียวช้ำ สามารถประคบอุ่นได้ โดยประคบวันละประมาณ 2-3 ครั้ง ประมาณ 3-5 วัน
  4. หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับแผล เช่น ตาแดงมาก เคืองตา แผลแยก ให้มาพบแพทย์ทันที
  5. ล้างหน้า รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย โดนแสงแดดได้ตามปกติห้ามขยี้ตาแรงเป็นเวลา 2 เดือน