jaw angle implant
เสริมกราม

การเสริมกรามเป็นการผ่าตัดเสริมกระดูกขากรรไกรด้านหลังเพื่อให้มุมกรามดูคมชัดรูปหน้ามีลักษณะ มีมิติ ของโครงสร้างใบหน้าด้านข้างและรูปหน้าตรงจะดูยาวขึ้นมีลักษณะรูปหน้าที่เป็นผู้ชายมากโดยจะมองเห็นโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรล่างชัดเจนมาก ช่วยให้รูปหน้าบางคนที่เป็นวงรีหรือกลมดูยาวและมีความคมชัดมากขึ้น และมีลักษณะรูปหน้าของผู้ชายมากขึ้น ความคมชัดของขากรรไกรล่างช่วยให้รูปกายภาพด้านข้างดูดีขึ้นมากและโครงสร้างใบหน้าดูโดดเด่นขึ้น ถ้าเราเปิดนิตยสารแฟชั่นทั่วไปประเทศไทยและต่างประเทศจะพบว่านายแบบนางแบบส่วนใหญ่ที่ถ่ายภาพออกมาได้ดีมักมีสัดส่วนด้านข้างของกระดูกขากรรไกรล่างเด่นชัด

การผ่าตัดอาจทำร่วมกับการดูดไขมันที่ใบหน้า ตัดไขมัน กระพุ้งแก้มกับเสริมคางหรือเสริมโหนกแก้มร่วมด้วย เพื่อให้โครงสร้างอื่นๆดูเด่นชัดมากขึ้นเป็นสัดส่วนกับการเสริมกราม มักทำในผู้ชายอายุน้อย ที่ต้องการให้มีความโดดเด่น ของโครงสร้างของใบหน้า [MALE MODEL] เพื่อให้ดูดีขึ้นเวลาถ่ายภาพ ในผู้หญิง หรือในผู้ชายที่ใบหน้าเป็นรูปกลมมาก การเสริมกรามช่วยลดความกลมของใบหน้าและดูใบหน้ายาวขึ้น

โดยทั่วไปการผ่าตัดมักผ่าตัดโดยลงแผลด้านในปากแต่สามารถลงแผลด้านนอกได้ วัสดุที่ใช้เป็นซิลิโคน แท่งแต่อาจใช้กอร์เทคได้ ปัญหาของการผ่าตัดเสริมกรามคือซิลิโคนที่ใส่มีโอกาสที่จะเคลื่อนที่ได้มากมักจะเลื่อนออกมาในตำแหน่งของปาก ดังนั้น อาจต้องใส่สกรูยึดไว้ในบางส่วนเพื่อให้ไม่มีการเลื่อนหลุด หลังผ่าตัดจะมีความเจ็บ ด้านข้างเวลาเคี้ยวอาหารเพราะแท่งซิลิโคนจะถูกใส่ไว้ที่ใต้กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารในระยะแรกหลังการผ่าตัดจะรู้สึกถึงแท่งซิลิโคนเวลาเคี้ยวอาหารแต่จะคุ้นเคยมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ในปัจจุบันซิลิโคนแท่งมีการทำในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยมีแบบที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเดิมซึ่งใช้ในผู้ชายแต่ไม่นิยมใช้ในผู้หญิง การผ่าตัดหลังจะใส่แท่งซิลิโคนแล้ว แนะนำให้ใช้สกรูยึดไว้ ในรายที่ต้องยึดด้วยสกรูอาจต้องทำการผ่าตัด โดยการดมยาสลบ ไม่สามารถฉีดยาชาทำได้

  • เปิดแผลในปาก นิยมทำกันมากกว่า
  • เปิดแผลที่ผิวหนังภายนอก

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  1. เตรียมลาหยุดงานประมาณ 3 – 5 วัน
  2. งดอาหารและน้ำ 6 – 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
  3. งดยาแก้ปวดกลุ่มแอสไพริน ทัมใจ ก่อนผ่าตัด 10 วัน
  4. สมุนไพรบางชนิด เช่น อีฟนิ่งพรีมโรส ยาวิตามิน E ปริมาณสูงๆอาจทำให้เลือด ออกมากผิดปกติ หรือมีปัญหาระหว่างผ่าตัดควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะอาจต้องหยุดรับประทานสมุนไพร ก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 7วัน
  5. ควรพาเพื่อนมาด้วยในวันผ่าตัด
  6. ล้างหน้า –แปรงฟัน ก่อนมาผ่าตัด , งดใช้โลชั่น ,น้ำยาดับกลิ่น, น้ำหอม , หรือเครื่องสำอาง
  7. ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวของคุณ เช่น เบาหวาน , โรคหัวใจ และยาที่แพ้ เช่น เพนนิซิลิน , ซันฟา ฯลฯ
  8. ถ้ามีความดันโลหิตสูงต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 140/90 mm hg (มิลลิเมตร ปรอท) ก่อนมารับการผ่าตัด
  9. เตรียมเสื้อผ้าสวมสบายใช้หลังผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. ปกติทำโดยการดมยาสลบ
  2. ฉีดยาชาผสมอดินาลีนบริเวณที่ผ่าตัด
  3. เปิดแผลที่ในช่องปากยกกล้ามเนื้อเดียวออก แยกจากกระดูกขากรรไกร เปิดช่องว่างและใส่ซิลิโคนในตำแหน่งที่ต้องการ
  4. เย็บซิลิโคนติดกับเนื้อเยื่อหรือใช้สกรูใส่ติดกับกระดูกเพื่อไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อน
  5. เย็บปิดแผลที่เหงือก

การดูแลหลังผ่าตัด

  1. จะมีความรู้สึกไม่สบายเวลาเคี้ยวอาหารประมาณ 2 – 3 สัปดาห์
  2. อาการบวม ตึงกล้ามเนื้อประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
  3. ถ้ามีผ้าพันศรีษะให้พันทิ้งไว้ 2 – 3 วัน
  4. เทปที่ใช้ติดกันการเลื่อนของซิลิโคนให้ปิดไว้ 6 – 7 วัน
  5. บ้วนปากบ่อยๆด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปาก
  6. ทานยาลดบวมและยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง
  7. ถ้ามีอาการบวมผิดปกติหรือแดงมากให้กลับมาพบแพทย์
  8. นัดตัดไหมเมื่อครบ 5 วัน ถ้าเปิดแผลภายนอก แต่ถ้าเปิดแผลในปากไม่ต้องตัดไหม
  9. ประคบเย็นที่ใบหน้า (บริเวณหน้าผาก, แก้ม 2 ข้าง) วันละ 4 ครั้งเพื่อลดอาการบวม
  10. นัดตรวจซ้ำประมาณ 2-3 วัน หลังผ่าตัด
Contact Us
HAVE A QUESTION?
Visit us on social networks
FOLLOW US

© Copyright 2020 By BCS Clinic

Privacy Preferences
When you visit our website, it may store information through your browser from specific services, usually in form of cookies. Here you can change your privacy preferences. Please note that blocking some types of cookies may impact your experience on our website and the services we offer.