Pin top

hd oth 01

แผลเป็นที่มีปัญหาแยกตามลักษณะได้ดังนี้

1. ปัญหาแผลนูน มักจะเกิดจาก 2 ภาวะ คือ

  • แผลคีลอยด์ (Keloid) เป็นแผลที่นูนออกนอกขอบเขตของแผลเดิมมาก
    มีอาการ คันมักเกิดบริเวณหน้าอกจากการเป็นสิวที่ร่องอก บริเวณหัวไหล่จากการฉีด วัคซีน ติ่งหูหลังการเจาะหู หรือเป็นที่อื่นๆ หลังการผ่าตัด
    คลอดลูก เป็นต้น

  • แผลเป็นนูนที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายเพื่อให้แผลหาย (Hypertrophic Scar) ส่วนมากจะอยู่ในขอบเขตของแผลไม่นูนยื่นแบบคีลอยด์

2. แผลเป็นหลุม (Depressed Scar)

3. แผลยืดกว้างจากรอยเย็บเดิม (Widening Scar)

4. แผลที่มีการดึงรั้ง (Scar Contracture)

hd heal

  • เทคนิค 1 (Scar 1)  
    ตัดแผลทั้งหมดออก แล้วทำการเย็บใหม่ (Scar Excision) โดยแผลใหม่ที่เย็บจะมีขนาดเล็กลง

  • เทคนิค 2 (Scar 2)  
    ตัดบางส่วนของแผลที่มีปัญหาออก แล้วทำการเย็บบริเวณดังกล่าว (Sereal Scar Excision) และเมื่อแผลหายดีแล้ว จึงทำการตัดส่วนที่เหลือของแผลเป็นออกอีกครั้งจนหมด มักใช้ในแผลเป็นที่มีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถตัดครั้งเดียวได้หมด

  • เทคนิค 3 (Scar 3)
    ใช้การกรอ (Dermabrasion) ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมี (Chemical) เครื่องมือเฉพาะหรือเลเซอร์จะได้ผลดี นรายที่แผลมีลักษณะเป็นหลุม ร่อง หรือแผลเป็นขรุขระ

  • เทคนิค 4 (Scar 4)
    ในกรณีที่ตัดแผลออกหมดแล้ว ไม่สามารถเย็บใหม่ได้เนื่องจากแผลมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในบริเวณที่มีความตึงมาก แพทย์จะเลือกใช้วิธีต่อไปนี้
    - ใช้ผิวหนังบริเวณอื่นมาทดแทน (Skin Graft, Flap)
    - ใช้ถุงน้ำเกลือทำการขยายเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง (Tisssue Expansion)

  • เทคนิค 5 (Scar 5) 
    การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแนวแผลให้เห็นชัดน้อยลง ได้แก่ การทำ z-plasty หรือ w-plasty โดยแผลเป็นจะเป็นรูปซิกแซก ทำให้เห็นชัดน้อยกว่าแผลตรงๆ

  • เทคนิค 6 (Scar 6) 
    การตัดใต้แผลเป็น Subcisim เป็นการตัดพังผืดใต้แผลเป็นพร้อมหลุมลึกให้ตื้นขึ้น มักต้องทำ 2 - 3 ครั้ง จึงจะได้ผลดี

hd takecare

เฉพาะเทคนิคที่ 1 - 3, 5 - 6

  1. อาบน้ำ ล้างหน้า ถูสบู่ถูกบริเวณแผลได้ทันที ในวันที่ 3
  2. หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลถูกแดด โดยเฉพาะในช่วง 3 สัปดาห์แรก หรือใช้โลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่าหรือเท่ากับ 30 ทาบริเวณแผล
  3. ในบางตำแหน่งที่มีการขยับเขยื่อนมาก เช่น บริเวณรอบปาก อาจจะใช้เทปปิดยึดบริเวณแผลไม่ให้แผลยืดออก
  4. หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ ใช้มือนวดที่บริเวณแผลบ่อยๆ (เช้าหรือเย็น) ช่วยให้แผลเป็นนิ่มและเข้าที่ได้เร็วขึ้น
  5. ระยะเวลาตัดไหม มีดังนี้
    • บริเวณหน้า 5 วัน
    • บริเวณแขน 7 วัน
    • บริเวณลำตัวและขา 10 - 14 วัน

วิธีการอื่นๆที่ช่วยรักษาแผลเป็น

  1. แผ่น Plaster ปิดแผลเป็น ที่ใช้ทั่วๆไป ได้แก่ Hannaplast สามารถใช้ปิดได้ประมาณ 12 - 24 ชั่วโมง
    โดยต้องเปลี่ยนพลาสเตอร์ทุกวันหรือทุก 2 วัน

  2. แผ่นซิลิโคนเจล สามารถใช้ลดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้
    โดยแผ่นหนึ่งสามารถใช้ได้ประมาณ 1 - 2 เดือน แต่เนื่องจากบริเวณที่ปิดจะต้องมีผิวเรียบ อาจจะไม่เหมาะกับบริเวณใบหน้า โดยทั่วไปมีขายในประเทศไทย ได้แก่ ซิกาแคร์

  3. เจลซิลิโคน เป็นซิลิโคนที่ทำเป็นรูปแบบ gel ใช้ทาบริเวณแผลเป็นที่ใบหน้า วันละ 2 ครั้ง ได้ผลดีเท่ากับแผ่นซิลิโคน

  4. Contractubex หรือ Mederma เป็นส่วนผสมระหว่าง allanloin, cepae และ heparin สามารถรักษาแผลเป็นนูนแบบคีลอยด์ได้

  5. วิตามิน E ช่วยให้แผลเป็นนิ่มขึ้น

  6. สารเพิ่มความชื้นให้แผลเป็น เป็นสารที่ทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้น ได้แก่ ฮีลูดอยด์

  7. การฉีดสารเติมเต็ม ได้แก่ คอลลาเจน หรือ ไฮยาลูแลน ช่วยให้แผลหลุมตื้นขึ้นได้ การฉีดสารทำได้เฉพาะในแผลหลุมที่สามารถยืดขึ้นได้

  8. การฉีดยารักษาแผลเป็น ยาที่ใช้รักษาแผลเป็นมี

    A สเตียรอยด์ เป็นสารที่ใช้รักษาแผลเป็นนูน ช่วยลดการอักเสบและลดความนูนของแผล โ ดยปกติจะฉีดห่างกัน 4 - 6 สัปดาห์ โดยทั่วไปจะต้องฉีดต่อเนื่อง 1 - 2 ปี เนื่องจากถ้าหยุดฉีดแล้วมักเกิดแผลเป็นใหม่ได้ ปัญหาที่พบบ่อยหลังการฉีดคือ ผิวหนังยุบตัว atrophy ซึ่งแก้ไขได้ยาก จึงแนะนำว่าควรฉีดโดยใช้ความเข้มข้นต่ำๆ ก่อนในครั้งแรก (3 - 5 mg. - 1 cc.) แล้วเพิ่มความเข้มข้นในครั้งที่ 2 - 3

    B ยารักษามะเร็ง ที่นำมาใช้ ได้แก่ 5FU และ Bleomycin ปัญหาที่อาจเกิดหลังฉีด คือแผลเป็นอาจไม่เรียบและมีการอักเสบมาก ในปัจจุบัน มักใช้ 5 FU ผสมกับสเตียรอยด์ฉีดเนื่องจากไม่สามารถฉีดได้เพียงชนิดเดียว

  9. โบท๊อซ ใช้กับแผลที่เป็นบริเวณรอบๆ รอยย่นของใบหน้า เช่น รอยตีนกา การฉีดโบท๊อซ ช่วยใหกล้ามเนื้อใบหน้าดึงแผลเป็นน้อยลงทำให้แผลเป็นเห็นชัดน้อยลงด้วย

  10. Laser มีการใช้เพื่อให้ผิวเรียบ(Co2 Laser) และลดอาการแดง (Vascular Laser) ในการรักษาแผลเป็น ต้องใช้การผสมผสานวิธีการรักษาประมาณ 2 - 3 ชนิด เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด เนื่องจากโดยทั่วไปไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นใดได้ผลดี 100%
 
ราคาศัลยกรรมแก้ไขรอยแผลเป็น ราคา (บาท)
 ตกแต่งแผลเป็น ราคาเริ่มต้น 6,000
 ตกแต่งแผลเป็นครั้งที่ 2,3  50%
 ผ่าตัดเปลี่ยนแนวของแผล Z-plasty  ราคาเริ่มต้น 6,000
 การตัดใต้แผลเป็น Subcisim ราคาเริ่มต้น 6,000
 กรอแผลเป็น  5,000 - 15,000
 ฉีดยาแผลเป็น  500/cc.
 ฉีด Botox รอยแผลเป็น  4,000